รักษากระดูกบิดเบี้ยว หรือโรคเกี่ยวกับกระดูกได้แล้วที่กาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์ ฮือฮาแห่รักษาหมอจัดกระดูกแห่งเดียวในโลก

Capture

ชาวบ้านจากทุกสารทิศซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคไขข้อ ปวดเส้น ปวดเอ็น ไมเกรน หรือแม้แต่มีอาการป่วยเป็น อัมพฤกษ์ หรืออัมพาต เข้ารักษากับ หมอจัดกระดูก ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ยกย่องให้เป็น หมอพื้นบ้านทางวัฒนธรรม ด้วยวิธีการรักษาที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษด้วยการจับเส้น กระดูก ก่อนใช้ผ้าขาวม้าทำการดึงกระดูกเข้าที่ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ซึ่งมีแห่งเดียวในโลกนายทองม้วน ภูสง่า อายุ 74 ปี กล่าวว่า วิธีการบำบัดรักษาเป็นวิชาซึ่งตกทอดจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าวิชานี้ บรรพบุรุษของตนได้ศึกษามาจากแห่งใด แต่ตนเองได้ศึกษาเรียนรู้จาก คุณพ่อทัด ภูสง่า บิดาตั้งแต่อายุ 10 ปี ก็จะมีคนทยอยเข้ามารักษาแบบนี้ จนเมื่อ บิดาได้เลิกทำ ตนเองก็ได้นำความรู้เข้ามารักษาผู้ป่วยในปี 2515 ซึ่งหากถึงวันนี้ก็รวม 43 ปี ทำให้มีประชาชนที่ผ่านการรักษาบอกกันปากต่อปากได้เดินทางมาจากทุกสารทิศทั่วประเทศไทย ไม่เว้นแม้แต่ประเทศใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็น ประเทศลาว หรือประเทศกัมพูชาเข้ามารับการรักษาสำหรับการรักษานั้น จะเปิดรักษาตั้งแต่ 06.00 น. ไปจนถึง 18.00 น. โดยจะหยุดทุกๆวันพระ ในส่วนของค่ารักษานั้นก็ขึ้นอยู่กับฐานะของผู้ป่วย หรือหากไม่มีก็จะรักษาฟรี ทั้งนี้หากท่านใดต้องการรักษานั้น ก็ยังสามารถติดต่อไปได้ยังหมายเลขโทรศัพท์ 081-0598137 ได้ทุกวัน

คนชอบทุเรียน คลิกเลยมันมีประโยชน์อย่างไร

ไอย่ะ การที่คุณคลิกเข้ามาในบทความนี้ อาจจะเป็นเพราะคุณชอบทานทุเรียนหรือบางคนก็อาจจะไม่ชอบ แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรจะรู้ไว้นั่นก็คือ ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีแค่ในเขตโซนทวีปเอเชีย มีต้นกำเนิดจากประเทศบรูไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ถูกยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ มันมีกลิ่นที่แรง มีวิตามินซีสูง และนี่คือ 10 ความลับของทุเรียนที่คุณอาจจะไม่รู้ก็เป็นได้ !!

3817

กินทุเรียนแล้วมีประโยชน์อย่างไร มาดูกัน

1. มันเป็นแหล่งพลังงานชั้นยอด
ในการทานทุเรียนแค่เพียง 243 กรัม มันหมายถึงคุณทานคาร์โบไฮเดรตไปมากถึง 20% ในจำนวนที่คุณต้องการต่อวันเลยทีเดียว หากคุณเป็นนักกีฬาแล้วต้องการแหล่งพลังงานเสริมละก็ นี่อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีได้ แต่คงไม่มีใครบ้าทานทุเรียน 1 กิโลเพื่อแทนคาร์โบไฮเดรตที่ต้องการทั้งวันหรอกนะ

2. ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ทีไฟเบอร์สูง
อีกหนึ่งประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพก็คือมันเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง การทานทุเรียนแค่ 9 กรัมจะทำให้ได้ไฟเบอร์สูงมากถึง 37% ของไฟเบอร์ทั้งหมดที่ต้องการต่อวันเลยทีเดียว

3. มันมีไขมันและแคลอรี่ที่สูง
การที่มันมีไขมันและแคลอรี่ที่สูงนั่นอาจจะทำให้คุณอ้วนได้ การทานทุเรียนมากกว่า 350 กรัม ทำให้คุณได้รับไขมันมากถึง 13 กรัม แต่ยังดีที่มันเป็นไขมันชั้นดี จึงไม่น่าห่วงเท่าไหร่นัก คุณสามารถทานมันได้อย่างสบายใจเหมือนเดิม แต่อย่ามากเกินพอดีล่ะ เดี๋ยวน้ำหนักจะขึ้น

4. ทุเรียนมีวิตามินซีที่สูง
นอกจากคุณจะได้ไฟเบอร์ ไขมัน และอื่นๆที่กล่าวมาข้างบนแล้ว คุณยังจะได้วิตามินซีด้วย มันจะช่วยให้คุณต่อสู้กับเชื้อโรคร้าย ปรับปรุงระบบไหลเวียนเลือด และช่วยให้ร่างกายคุณมีสุขภาพที่ดีด้วย

5. นอกจากนี้มันยังมีวิตามินบีด้วย
วิตามินบีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มันช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระ ช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้ระบบหัวใจทำงานผิดปกติ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลที่ดี และสารเซโรโทนิน ที่ช่วยควบคุมความหิว อารมณ์ อารมณ์เศร้าและความโกรธ ได้อีกด้วย

6. มันอุดมไปด้วยเหล็กและทองแดง
ทุเรียนมีธาตุเหล็กและทองแดงสูง มันช่วยให้การสร้างสุขภาพที่ดีในเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้เลือดแดงแข็งแรง นอกจากนี้มันยังมีแมงกานีสที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและทำให้ผิวหนังดูมีสุขภาพดี

7. มันมีโพแทสเซียมมากมาย
โพแทสเซียมเป็นอิเล็คโตรไลท์ที่สำคัญที่ช่วยควบคุมระบบความดันโลหิตและระดับของโซเดียมในร่างกาย ซึ่งมันจะช่วยให้ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจของคุณ

8. มันมีสารทริปโตเฟน
เจ้าสารนี้มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยให้นอนหลับ ว่ากันว่ามันเป็นยานอนหลับจากธรรมชาติ สารทริปโตเฟนจะเป็นสารสื่อประสาทและทำให้คุณนอนหลับง่าย รักษาโรคลมชัก และช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศด้วย

9. มันเป็นสุดยอดแหล่งรวมวิตามิน
หากว่าคุณต้องการเพิ่มวิตามินให้กับร่างกายขอบคุณแล้วล่ะก็ การทานทุเรียนจะช่วยได้มากเลยทีเดียว เพราะว่าในทุเรียนมีวิตามินที่ร่างกายต้องการมากถึง 30% ของที่คุณต้องการต่อวัน มันช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตได้ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มพลังงานให้กับกล้ามเนื้อและระบบประสาทด้วย

10. มันมีโฟเลทที่ดีสำหรับคุณ
ทุเรียนมีโฟเลทจำนวนมาก หรือที่เราเคยได้ยินและรู้จักกันในชื่อกรดโฟลิค มันช่วยป้องกันโรคหัวใจ บำรุงครรภ์มารดา(หากคุณกำลังท้องอยู่นะ) ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างถูกต้อง

การทานทุเรียนจำนวนมากอาจจะไม่ใช่เรื่องดีนัก โดยเฉพาะการทานกับเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ คุณต้องแน่ใจว่าคุณจะไม่ทานมันมากเกินไปในแต่ละครั้ง เพราะอาหารหลักขอบคุณควรจะเป็นอาหารที่ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่จะดีกว่า การเลือกทานทุเรียนในจำนวนไม่มากเกินไปนัก นอกจากจะอร่อยแล้วมันยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

หน้าร้อนอันตรายกว่าที่คิดนะ มีโรคมากับลมร้อนด้วย

จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดของประเทศไทยในช่วงนี้ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาโดยเฉพาะโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ซึ่งโรคนี้เกิดได้ทุกเพศทุกวัย และมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลย

อาการของโรคฮีทสโตรก

ผู้เชี่ยวชาญ อธิบายว่า โรคฮีทสโตรกเป็นโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส สำหรับอาการที่เบื้องต้น ได้แก่ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หน้ามืด ระยะถัดมาอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รูขุมขนจะปิดจนไม่สามารถระบายเหงื่อได้ บางรายอาจถึงขั้นชักกระตุกและหมดสติ มีไข้สูง ตัวร้อนมาก ซึ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลา อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและถึงแก่ชีวิตได้

หน้าร้อน

สัญญาณสำคัญของโรคฮีทสโตรก

สัญญาณสำคัญของโรคฮีทสโตรกคือ ไม่มีเหงื่อออก แม้จะอากาศร้อน ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ซึ่งต่างจากการเพลียจากแดดทั่วๆ ไป ที่จะพบว่ามีเหงื่อออกด้วย หากเกิดอาการดังกล่าวจะต้องหยุดพักทันที

ผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดโรคฮีทสโตรก

ยังบอกอีกว่า บุคคลที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิดโรคฮีทสโตรก ได้แก่ ผู้สูงอายุ  เด็ก ผู้ที่อดนอน ผู้ที่ดื่มเหล้าจัด  ผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น และผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง   เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงนักกีฬา และทหารที่เข้ารับการฝึก โดยไม่มีการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เมื่อเจอผู้ประสบเหตุเป็นลมกลางแดด ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดย การนำตัวเข้ามาในที่ร่ม จากนั้นให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง คลายเสื้อผ้าให้หลวม แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัวและศรีษะ ร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงโดยเร็วที่สุด หากยังไม่ฟื้น ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

วิธีการป้องกันโรคลมแดด

ผู้เชี่ยวชาญ บอกว่า หากเริ่มรู้สึกร้อนมากๆ เนื่องจากทำกิจกรรมหรือทำงานกลางแจ้งนานๆ ให้เลี่ยงออกจากพื้นที่ โดยต้องพักจากกิจกรรมนั้น เพื่อทำให้ร่างกายเย็นลง ด้วยการเปิดพัดลม ดื่มน้ำเย็น ใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้า เช็ดตัว เพื่อเป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกาย ที่สำคัญควรจิบน้ำบ่อยๆ แม้ไม่รู้สึกกระหายก็ตาม นอกจากนี้ ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา และสามารถระบายความร้อนได้ดี ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่วนเด็กเล็กและคนชราควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ควรจัดให้อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี

ระวังเครื่อง Detox ดีท็อกซ์ ปลอม อ.จุฬา แจ้งมาระบาดแถวภาคเหนือ

แล้ว Detox ดีท็อกซ์ มันคืออะไร เราควรใช้อะไร Detox ดีท็อกซ์

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ใช้ CTP Fiberry Detox ดีท็อกซ์ คือการล้างสารพิษ ได้ดีกว่าใช้เครื่อง มันจะช่วยล้างสารพิษในลำไส้ ช่วยลดไขมันและน้ำหนัก ไม่ให้หิวบ่อย ช่วยเรืองระบบขับถ่าย สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก บำรุงผิวพรรณ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ดูดซับและดักจับไขมันในระบบทางเดินอาหาร

ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวJessada Denduangboripant  ถึงกรณีเครื่องทำดีท็อกซ์หลอกลวงได้กลับมาระบาดในพื้นที่จ.เชียงราย และ จังหวัดข้างเคียง โดยมีการนำเข้าไปให้ชาวบ้านในพื้นที่ทดลองใช้

14275963481427596389l

“เคยโพสต์เตือนเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภา ตอนนั้นเป็นเครื่องที่เอาไปให้คนที่เข้าพักรีสอร์ตใช้ คราวนี้ได้ข่าวใหม่ว่าระบาดไปตามบ้านชาวบ้านแถวเชียงรายและจังหวัดข้างเคียง ยังไงก็ช่วยกันเตือนด้วยครับ

เครื่องดีท็อกซ์เท้านี้จะอ้างว่า ถ้าเอาเท้าแช่เข้าไปในเครื่อง แล้วมันจะดูดสารพิษออกจากร่างกายเรา น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีสนิมคล้ำ สุขภาพเราจะดีขึ้น น้ำหนักลดได้ แต่ความจริงมันเป็นแค่การเปลี่ยนสีของน้ำด้วยหลักการอิเล็กโตรไลต์ในน้ำ โดยมีขั้วโลหะพวกเหล็กหรือทองแดงแช่น้ำอยู่

พอปล่อยไฟฟ้าเข้าไป ใส่เกลือลงไปให้น้ำนำไฟฟ้า โลหะพวกนี้ก็จะกลายเป็นไอออน ออกไปอยู่ในน้ำ ถ้าขั้วโลหะเป็นเหล็ก น้ำก็จะออกแนวสีสนิมแดงๆ หน่อย ถ้าขั้วเป็นทองแดง น้ำก็จะออกไปทางสีฟ้าหน่อย

จริงๆ มันก็คล้ายๆ กับพวกชุบทองนั่นแหละ แต่เป็นการชุบสนิมที่เท้าเราแทน พูดง่ายๆว่า ถึงไม่แช่เท้าลงไป เปิดเครื่องแล้ว เติมเกลือลงไป น้ำก็เปลี่ยนสีได้เหมือนกัน”ผศ.ดร.เจษฎา กล่าว

ลบลอยกระ สาเหตุของการหาแฟนยาก

หาการมีกระทำให้คุณหาแฟนยาก มาดูวิธีลบกัน กระ (Freckle) คือ จุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ สามารถเป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไม่ว่าอายุจะน้อยหรือมากแค่ไหนก็สามารถเกิดได้ หากเราโดนแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ๆ ดังนั้นกระจึงสามารถเกิดได้ทั่วทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำคอ หรือแขน

กะบนใบหน้า

สูตรลดรอยกระบนใบหน้าสูตร 1 สูตรนี้ทำทุกวัน รอยกระบนใบหน้าจะดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนผสม
น้ำมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำและวิธีใช้

1. นำน้ำมะเขือเทศ และน้ำมะนาวมาผสมให้เข้ากันเป็นอย่างดี
2. ล้างหน้าให้สะอาดและซับหน้าให้แห้ง
3. นำสูตรที่ผสมเตรียมไว้ มาทาตรงบริเวณที่เป็นกระทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
4. จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

(น้ำมะนาวเป็นกรด การใช้กับใบหน้า ควรทดลองทำเพียงจุดเล็กๆ ก่อน ป้องกันผิวหน้าบางท่านแพ้ หากใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้ค่อยทำเพิ่มจุดอื่นๆ ต่อไป)

สูตรลดรอยกระบนใบหน้าสูตร 2 สูตรนี้ทำทุกวัน รอยกระบนใบหน้าจะดูจางลง

ส่วนผสม
เบบี้ออยล์ 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำและวิธีใช้

1. นำเบบี้ออยล์ และน้ำมะนาวผสมคนให้เข้ากัน
2. ล้างหน้าให้สะอาด และซับหน้าให้แห้ง
3. เมื่อได้ส่วนผสมแล้ว ให้ทาทั่วบริเวณใบหน้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
4. หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดเป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

หลังจากรู้วิธีรักษาแล้ว เรามารู้ว่ากระมีมีแบบและมีแบบไหนบ้าง

1. กระตื้น จุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ ขนาดไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร สามารถขึ้นได้ทั่วใบหน้า ถ้าโดนแดดบ่อย ๆ จะมีสีเข้มขึ้นชัดเจน แต่ถ้าไม่ได้โดนแดดบ่อย สีก็จะจางลงได้เอง
2. กระลึก จุดสีน้ำตาลเทา ๆ เห็นเป็นเงาลึก ๆ มักพบบริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง
3. กระเนื้อ ตุ่มสีน้ำตาล หรือสีดำ สามารถเป็นได้ทั้งก้อนเล็ก ๆ ผิวเรียบ หรือขรุขระ อาจดูคล้ายหูด มักพบบริเวณใบหน้า คอ หรือลำตัว กระชนิดนี้ รักษาด้วยยาไม่หาย นอกจากยิงเลเซอร์
4. กระแดด ขึ้นเป็นดวงสีน้ำตาล ผิวเรียบ ส่วนใหญ่พบในคนสูงอายุ หรือคนที่ทำงานกลางแจ้ง และเป็นกระประเภทเดียวที่สามารถบรรเทาให้จางลงจนมองไม่เห็นได้

ข่าวดีสำหรับคนเป็นมะเร็ง หายขาดใน 20 วันทำยังไงไปดู

20 วันมหัศจรรย์ของคุณทนาย! หลังหายขาดจากมะเร็งระยะสุดท้ายด้วย ทุเรียนน้ำ ของไทย มะเร็งระยะ 4 ลดเหลือระยะ 1 ใน 20 วัน..

ทุเรียน น้ำ หรือ ทุเรียนเทศ อาจยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในบ้านเรา แต่พบได้มากทางตอนใต้ของประเทศไทย แม้จะเคยอยู่ในกระแสสมุนไพรต้านมะเร็งได้อย่างชะงัด ออกฤทธิ์ดีกว่าการเข้ารบการรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดถึง 10,000 เท่า ก็ยังไม่เคยมีใครพิสูจน์ได้อย่างจริงจัง จนกระทั่งนายพินิจ แสงสร้อย อายุ 52 ปี อดีตนายก อบต. จ.แพร่ (ปัจจุบันทำอาชีพทนายความ) เปิดเผยความมหัศจรรย์ ที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค. 57 ที่ผ่านมา ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการเจ็บป่วยจนถึงขั้นแพทย์ระบุเป็นโรคมะเร็งระยะ สุดท้าย โดยตนได้รักษาตามภูมิชาวบ้านและหายขาดเพราะดื่มน้ำต้มใบทุเรียนเทศทุกวัน

คุณทนาย

คุณทนายเล่าว่า

อาการ แรกเริ่มจากที่ตนเองรู้สึก เหมือนมีก้อนเนื้อขึ้นที่ลำคอ จนเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ระหว่างนั้นคิดว่าจะเลือกใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติและพยายามหายาสมุนไพรมากิน แต่ไม่หาย จนกระทั่งวันที่ 28 ธ.ค. 57 ก้อนเนื้อที่ลำคอแตก รีบเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแพร่ โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หลังจากรักษาแผลที่แตกเลือดหยุดไหลได้กลับมาพักรักษาต่อที่บ้าน ทุกคนในครอบครัวต่างช่วยกันพยายามหาหมอเก่งเฉพาะทางด้านมะเร็ง กระทั่งมีคนแนะนำว่ามีหมอที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตนก็ไปรักษา ขณะนั้นหมอระบุว่าว่ามะเร็งที่ลำคอแตกออก และยังมีเลือดไหลออกมาเรื่อยๆ ซึ่งได้ขยายลงไปสู่ปอดกับตับแล้ว ต้องอยู่รอดูอาการต่อไป

หลังจากทราบการวินิจฉัยโรคแล้ว ทำให้ตนกลับบ้านมาด้วยความหมดหวัง และก้อนเนื้อที่ลำคอเริ่มโตขึ้นอีก เหมือนมีกะลามะพร้าวมาค้ำคออยู่ จนกระทั่งนายภัคพงษ์ แสงสร้อย น้องชาย ทำงานสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กรุงเทพฯ แนะนำให้ตนเองลองใช้ใบทุเรียนเทศมาต้มดื่มกิน เผื่อจะหาย ตนเริ่มรู้สึกมีความหวังอีกครั้งรีบไปเสาะหาใบทุเรียนเทศที่จังหวัดลำพูน และนำมาต้มให้เข้มข้น จนน้ำกลายเป็นสีดำ ดื่มทุกวัน วันละ 3 เวลา โดยเริ่มดื่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เมื่อได้ประมาณ 20 วัน ปรากฏว่า เลือดที่ไหลออกมาเริ่มหยุดแห้ง ส่วนก้อนเนื้อที่ลำคอเริ่มยุบลงเรื่อยๆ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 58 ที่ผ่านมาคุณทนายได้เดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจมะเร็ง ที่อำเภอแม่สาย หลังจากแพทย์ตรวจวินิจฉัยอีกครั้ง ต้องตกใจพร้อมระบุว่า เชื้อมะเร็งขยายลงไปที่ตับและปอด หายหมด ส่วนที่ลำคอจากมะเร็งระยะ 4 กลับดีขึ้น กลายเป็นเพียงระยะ 1

ขณะนี้อาการทุกอย่างเกือบจะเป็นปกติมากกว่า 80% สามารถทำงาน ขับรถ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับ 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงต้องต้มใบทุเรียนเทศ ดื่มต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายเป็นปกติ สำหรับใบทุเรียนเทศในจังหวัดแพร่นั้น มีที่อำเภอร้องกวาง โดยตนเองยืนยันว่า มะเร็งหายได้จากการดื่มน้ำต้มใบทุเรียนเทศ เพราะตั้งแต่ดื่มน้ำต้มใบทุเรียนเทศมาก็ไม่ทานยาอย่างอื่นเลย เนื่องจากเกรงว่าตัวยาอาจทำลายสรรพคุณกันได้

ทุเรียนเทศ

วิธีใช้ทุเรียนน้ำรักษามะเร็ง

สำหรับ การใช้ทุเรียนน้ำเพื่อรักษามะเร็งให้ได้ผลนั้น ให้นำใบทุเรียนน้ำตามธรรมชาติ สด ๆ มารับประทาน โดยคัดเลือกใบที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่แก่หรือมีสีเขียวเข้มมากเกินไปหรือการนำใบแห้งจากกระบวนการอบแห้งด้วยการ เป่าลมร้อน (Air Dry) มาชงเป็นชาดื่ม โดยมีวิธีในการชงชาจากใบทุเรียนน้ำ ดังนี้

• ฉีกใบแห้งเป็นชิ้นเล็ก ๆ และตวงให้ได้ 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 ลิตร

• นำใบทุเรียนเทศไปต้มกับน้ำ และลดไฟให้ต่ำ เคี่ยวอีก 20 นาที

• ใช้ดื่ม 3 ถ้วยต่อวัน 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร โดยให้ดื่มน้ำชาแบบนี้ทุกวันเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย หากดื่มติดต่อกันมานานเกิน 30 วันแล้ว แต่ร่างกายยังไม่ดีขึ้น ให้พักก่อนสัก 1 สัปดาห์จึงค่อยดื่มชาต่อ

ข้อควรระวังในการรับประทานทุเรียนน้ำ ทุเรียนเทศ

1. มีงานวิจัยในแถบทะเลแคริบเบียนที่แสดงให้เห็นว่า ในผล เมล็ด และราก ของทุเรียนน้ำ มีสารแอนโนนาซิน (Annonacin) ซึ่งมีความเชื่อมโยงสูงต่อการเกิดโรคพาร์คินสัน และมีสารอัลคาลอยด์ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการทรับประทานผล ราก หรือน้ำผลไม้ที่ทำจากทุเรียนน้ำมากจนเกินไป หรือรับประทานติดต่อกันทุกวัน

2. จากการทดลองพบว่า สารสำคัญในทุเรียนเทศนั้นจะไม่สามารถสกัดหรือสังเคราะห์ออกมาได้ ดังนั้นหากต้องการได้รับสารดังกล่าว จะต้องบริโภคแบบธรรมชาติเท่านั้น การทานในรูปแบบของยาอัดเม็ดหรือผลบรรจุแคปซูลนั้นจะไม่ได้ผลประโยชน์ใด ๆ เลยทั้งสิ้น

3. การทานทุเรียนน้ำให้ได้ประโยชน์นั้น ควรจะต้องรับประทานแบบธรรมชาติ หรือรับประทานสด ๆ เท่านั้น ควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากทุเรียนน้ำที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้กระป๋อง หรือใบชาบดผ่านกระดาษกรอง เพราะกระบวนการในการผลิตเหล่านั้นล้วนแต่ทำให้ประสิทธิภาพของทุเรียนน้ำลดลง

4. การรักษามะเร็งให้ได้ผลจะต้องนำใบ หน่อ และกิ่ง ของต้นทุเรียนน้ำ มาต้มทำเป็นชา ขณะที่การนำผลของทุเรียนน้ำมาต้มเป็นชานั้นไม่ได้ให้ผลใด ๆ ในการรักษามะเร็ง เนื่องจากมีสารที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเซลล์มะเร็งอยู่น้อย

สรรพคุณของทุเรียนน้ำ

ตั้งแต่ สมัยโบราณ ทุเรียนน้ำเป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้รักษาโรคในแถบแอฟริกาใต้ โดยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนตั้งแต่ราก ต้น เมล็ด ใบ ดอก ผล และเมล็ด ดังนี้

• ผล – แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน แก้โรคบิด กระตุ้นการผลิตน้ำนมแม่

• เมล็ด – ใช้สมานแผลห้ามเลือด ใช้ฆ่าแมลง

• ใบ – นำมาขยี้ผสมกับปูนใช้ทาบริเวณท้องแก้ท้องอืด ใช้รักษาโรคผิวหนัง เมื่อนำมาปูรองให้คนที่เป็นไข้นอนจะช่วยลดไข้ แก้ไอ ปวดตามข้อ ลดอาการปวด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้ ขยายหลอดเลือดป้องกันความดันสูง กำจัดเซลล์มะเร็ง ฆ่าเชื้อโรค ลดเบาหวาน

• หน่ออ่อน – กำจัดเซลล์มะเร็ง

• ดอก – บำรุงกล้ามเนื้อหัวใจ

• ราก  -กำจัดแมลง

• เปลือกไม้ – กำจัดแมลง ฆ่าเชื้อโรค พยาธิ อะมีบา แบคทีเรีย และรักษาโรคกระเพาะ

อ่านแล้วดีใจกับคุณทนายและภูมิใจที่สมุนไพรไทยกับภูมิปัญญาชาวบ้านยังมีให้ เห็นอยู่ตลอด เราต้องช่วยกันส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป อย่างที่เห็นครับว่า บางครั้งแม้แต่หมอแผนปัจจุบันก็ยังให้คำตอบไม่ได้ 100%

รู้ไหมขาดวิตามินดี อันตรายแค่ไหน หนุ่มสาวออฟฟิตต้องดู

หากเราพูดถึงวิตามินดี คนส่วนมากมักให้ความสำคัญน้อยกว่าวิตามินซี เพราะหลายๆ คนอาจยังไม่ทราบถึงคุณประโยชน์ที่สำคัญของวิตามินดี การได้รับวิตามินดีที่เพียงพอจะส่งผลดีต่อสุขภาพตลอดวัฏจักรของชีวิต เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ วิตามินดีช่วยทำให้การเติบโตของทารกในครรภ์เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษหรือภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ และป้องกันการคลอดก่อนกำหนดด้วย แต่หากมารดามีระดับวิตามินดีต่ำขณะตั้งครรภ์ อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพต่างๆ ของลูกด้วย เช่น ปัญหาด้านโครงกระดูก และเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นอกจากนั้น วิตามินดี ยังมีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ เพราะวิตามินดีช่วยกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส

D CONTAC ดี คอนแทก อาหารเสริมเพื่อบำรุงสายตา

งานวิจัยใหม่ กระตุ้นให้คนไทย หันมาให้ความใส่ใจกับ วิตามิน D กันอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับ วิตามิน D ว่ามันมี ประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย และ ร่างกายจะได้รับวิตามิน D จากอะไรหรือทางไหนบ้าง

งานวิจัยสมัยใหม่พบว่า หากคนขาดวิตามินดี แม้จะได้รับแคลเซียมในปริมาณมาก แต่ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมหรือเก็บแคลเซียมไปซ่อมแซมกระดูกได้ ตรงข้ามกับคนที่มีระดับวิตามินดีอยู่ในเกณฑ์ที่เพียงพอ แม้จะได้รับแคลเซียมในปริมาณน้อยแต่กลับพบว่าสามารถเพิ่มมวลกระดูกได้มากกว่า ซึ่งจากข้อมูลของ มูลนิธิโรคกระดูกพรุนสากล (IOF) โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะพบผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนทั่วโลกกว่า 200 ล้านคน ในขณะที่ร้อยละ 30 ของสตรีวัยหมดประจำเดือนมักจะเป็น โรคกระดูกพรุน โดยโรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนมักจะรู้ตัวเมื่อมีอาการหรือกระดูกหักจากอุบัติเหตุแล้ว หรืออาจรู้ได้จากอาการปวดหลังที่เกิดจากกระดูกสันหลังหักหรือทรุดลง

นอกจากวิตามินดีจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกแล้ว วิตามินดียังช่วยในการชะลอวัยของผิวพรรณได้อีกด้วย มีการศึกษาพบว่าระดับวิตามินดีต่ำเกี่ยวข้องกับการบวมหรือความหย่อนยาน การมีรูขุมขนขยาย และการเกิดซีสต์บนผิวหนัง ดังนั้น วิตามินดีจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง และควบคุมให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสมตามวัย นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า การมีระดับวิตามินดีต่ำยังส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของเซลล์และทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นอกจากนั้นแล้ว การมีระดับวิตามินดีสูงยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และป้องกันผนังหลอดเลือดแข็งตัว ที่สำคัญยังมีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่าระดับวิตามินดีสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ , รวมทั้งมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย

วิตามินดี เป็นวิตามินที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เองเมื่อผิวหนังสัมผัสกับแสงอาทิตย์ที่มีรังสีอัลตราไวโอเลตบี (UVB) แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่า คนไทยวัยทำงานมากกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.51 ขาดวิตามินดี ซึ่งวัดจากระดับวิตามินดีในเลือดที่มีค่าต่ำกว่าปกติ คือ มีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่า 20ng/ml โดยผู้ที่มีระดับวิตามินดีต่ำที่สุด มีวิตามินดีในเลือดเพียง 9.95 ng/ml ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคในระยะยาวได้ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนและมีแดดจ้า แต่คนไทยวัยทำงานส่วนใหญ่กลับมีระดับวิตามินดีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนในเขตกรุงเทพมหานคร นั่นก็เป็นเพราะปัจจุบันพฤติกรรมคนเมืองหรือคนวัยทำงาน มักจะหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะกลัวผิวเสีย ทาครีมกันแดดที่มาสารป้องกัน (SPF) ในระดับสูง นิยมออกกำลังกายในที่ร่ม ทำงานในห้องแอร์ รวมถึงมลภาวะและฝุ่นควันที่มากขึ้น จึงทำให้ร่างกายได้รับแสงแดดเพื่อสังเคราะห์เป็นวิตามินดีไม่เพียงพอ ขณะที่พบประชากรกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกขาดวิตามินดีหรือได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ

กล่าวโดยสรุปคือ ผู้ที่มีโอกาสขาด วิตามิน D มีดังนี้

  • สาวๆ ที่ชอบทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) สูงๆ – เพราะสารเอสพีเอฟในครีมกันแดด จะลดการสังเคราะห์วิตามินดี ยกตัวอย่างเช่น ครีมกันแดดที่มีสารเอสพีเอฟ 15 (SPF 15) ลดการดูดซึมแสงแดดสู่ผิวถึงร้อยละ 99 ,
  • หนุ่มสาวออฟฟิศที่ไม่ค่อยออกแดด – การนั่งทำงานในห้องแอร์ของหนุ่มสาวออฟฟิศ ประกอบกับการหลีกเลี่ยงแดด หรือไม่ค่อยออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ขาดวิตามินดีได้ ทั้งนี้เนื่องจาก รังสี UVB นี้ไม่สามารถทะลุผ่านกระจกใส การนั่งรับแสงผ่านหน้าต่างกระจกหรือหน้าต่างรถยนต์จึงไม่ได้วิตามินดี นอกจากนี้ เมฆก็ทำให้ได้รังสี UVB น้อยลงไป 50% และการอยู่ใต้ร่มเงาชายคาก็ทำให้ได้รังสี UVB น้อยลงถึง 60%
  • มลภาวะทางอากาศ – ฝุ่น ควัน และมลภาวะทางอากาศทำให้รังสีอัลตร้าไวโอเลตจากแสงแดดมาถึงผิวหนังได้น้อยลง ทำให้กระบวนการสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกายเราลดลงไปด้วย
  • ขาดอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี – วิตามินดีได้จากอาหารเป็นส่วนน้อย อาหารที่มีวิตามินดีสูงเช่น ปลาค้อด ปลาแซลมอน เห็ดตากแดด ปลาทูน่า และอาหารที่ผู้ผลิตจงใจเสริมวิตามินดีเข้าไป เช่นนมเสริมวิตามินดี (fortified milk) การหวังพึ่งวิตามินดีจากอาหารปกติจึงเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดีสูง
  • ผู้สูงอายุ – ในผู้สูงอายุ กลไกการสังเคราะห์วิตามินต่างๆ ของร่างกายก็เสื่อมลงตามธรรมชาติ ประกอบกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือการออกแดดก็มีน้อยลง จึงมีโอกาสขาดวิตามินดีมากกว่า
  • คุณแม่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระยะให้นมบุตร – วิตามินดีมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการควบคุมการเติบโตของเซลล์ ภูมิคุ้มกัน และเมตาบอลิซึมของเซลล์ วิตามินดีจึงมีความสำคัญต่อตัวอ่อนหรือทารกเพื่อการเติบโตอย่างเป็นปกติ และคุณแม่ถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนกระทั่งในระยะที่ให้นม คุณแม่จึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่า ร้อยละ 90 ของสตรีที่รับประทานวิตามินบำรุงครรภ์ ก็ยังสามารถพบภาวะขาดวิตามินดีได้อย่างแพร่หลาย
  • ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติม จากคุณหมอว่า ควรปล่อยให้ชีวิตได้ทำกิจกรรมนอกสถานที่บ้าง หรือไม่ก็หาอาหารเสริมมารับประทานซึ่งมีมากมาย ตามท้องตลาด แต่ที่หมอแนะนำนะ D CONTAC ดี คอนแทก อาหารเสริมเพื่อบำรุงสายตา ป้องกันจอตาลดการเกิดต้อกระจกช่วยรักษาการรับสีของตา

D CONTAC ดี คอนแทก อาหารเสริมเพื่อบำรุงสายตา

เคล็ดไม่ลับ การสร้างกล้ามท้องกัน เอาแบบดารา

มีคำกล่าวของฝรั่งว่า “abs are made in the kitchen” หรือ “กล้ามท้องอันสวยงามสร้างจากห้องครัว”
ต่อให้เราเล่นกล้ามท้องหนักเท่าไรก็ตาม แต่ถ้าไม่ควบคุมอาหาร ยังไงก็ไม่มีทางที่จะพุงจะยุบแน่นอนครับ การเล่นกล้ามท้อง ช่วยสร้างกล้ามเนื้อภายในก็จริง แต่มันถูกครอบไว้ด้วยชั้นไขมัน

MuscleTech Phase 8 2lbs/907g. - Vanilla

เราจึงต้องทำให้ชั้นไขมันหายไปก่อนจึงจะเห็นกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ได้ (โดยปกติคนทั่วไปผู้ชายจะต้องมี Body Fat น้อยกว่า 12% และผู้หญิงน้อยกว่า 20% ถึงจะเริ่มเห็นกล้ามหน้าท้อง) ดังนั้นการทำให้ไขมันหายไป และเห็นกล้ามท้องที่ชัดเจน จึงต้องใช้การควบคุมอาหาร บวกกับการทำคาร์ดิโอ เป็นหลัก แต่ดคล็ดไม่ลับที่จะบอกคือเขากิน MuscleTech Phase 8 2lbs/907g. – Vanilla เป็น Whey Protein Isolateรสชาติดี ดื่มง่ายช่วยสร้างกล้ามเนื้อ พร้อมกับออกกำลังกายหนัก วันละ 4 ชั่วโมง

ทำไมต้องลาออกจากงาน เพราะอาการ ปวดหลัง มี 7 วิธี รักษาแล้ว

ทำไมต้องลาออกจากงาน เพราะอาการ ปวดหลัง มี 7 วิธี รักษาแล้ว

หากคุณมี อาการเหล่านี้มาดูวิธีแก้กัน

1. ประคบเย็น เชื่อหรือไม่ การประคบเย็น ช่วยลดอาการปวดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยนำแผ่นประคบเย็น ห่อผ้าขนหนูแล้ววางบริเวณที่มีอาการนาน 20-30 นาที หรือถ้าสะดวกอาจใช้น้ำแข็งก้อน 1 ก้อน วนจนละลายหมดก้อน ไม่ต้องแปลกใจถ้าคุณจะทึ่งกับผลของความเย็น

2. หลีกเลี่ยงรองเท้าพื้นแบนราบ หลายคนมีความเชื่อว่า การใส่รองเท้าส้นสูงทำให้ปวดหลัง ดังนั้น ถ้าปวดหลังก็ควรใส่รองเท้าส้นแบน แต่จริงๆ แล้ว รองเท้าส้นแบนไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางกรณียิ่งใส่ยิ่งทำให้เกิดความผิดปกติ โดยเฉพาะการใส่รองเท้าแบนราบ ซึ่งมักก่อให้เกิดปัญหาได้มาก เพราะไม่มีอะไรมารองรับแรงกระแทกขณะเดินเลย

3. อย่าฝืนออกกำลังกาย เราจะได้ยินกันประจำจากผู้ที่มีความรู้ว่า ในขณะออกกำลังกาย ถ้ามีอาการเจ็บปวดให้หยุดทำท่านั้น นั่นเป็นเพราะว่า อาการเจ็บปวดเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายเรามีปัญหา มีความผิดปกติ ซึ่งควรทำการรักษาให้ถูกวิธีเสียก่อน ดังนั้น ควรถามตัวเองให้ดีก่อนว่า อาการของเราที่เป็นคือ เจ็บหรือตึง

4. ทบทวนนึกหาสาเหตุ ข้อมูลจากคนไข้ สามารถบอกรายละเอียดของกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะเป็นข้อมูลให้ผู้ทำการรักษาสามารถวิเคราะห์ความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้แม่นยำ โดยแทบจะไม่ต้องตรวจร่างกายเพิ่ม ดังนั้น เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ระหว่างนั่งรอรับการรักษา อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ค่อยๆ นึกทบทวน ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รับรองว่าจะช่วยให้คุณหายได้เร็วกว่าคนอื่น

5. รักษาให้ถูกวิธี สิ่งที่สำคัญที่สุด เราควรจะรู้ว่า เราเป็นอะไร มีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกาย การรักษาจะต้องทำยัง แล้วเมื่อทำแล้วเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา ที่สำคัญไม่ควรมองผลลัพท์ช่วงใกล้ๆ ควรวางแผนการรักษากับผู้ให้การรักษาถึงเป้าหมายระยะยาว เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

ShopSmart แผ่นรองนั่งสุขภาพ - Black

เจ็บหลังจากการทำงาน

6. เข้าใจแนวทางการรักษา เนื่องจากระบบร่างกายเป็นระบบ ที่ซับซ้อนมากอีกทั้่งในแง่แต่ละคน แต่ละอาการก็จะมีรายละเอียดซับซ้อนต่างกัน ดังนั้น บางครั้งคุณอาจต้องมาทำการรักษามากกว่า 1 ครั้ง ถึงจะเริ่มเห็นผลการรักษา ท่องไว้ๆ ใจเย็น ใจเย็น

7. หยุด Search & Imagine เมื่อคุณเจอผู้ให้การรักษาที่สามารถอธิบายทุกคำถามของคุณได้แล้ว ควรจะมุ่งทำการรักษาตามแนวทางที่วางแผนไว้ คอยเตือนตัวเองอย่าให้มีบางสิ่งที่จะทำให้คุณวิ่งออกนอกลู่นอกทางได้ ซึ่งอาจจะทำให้คุณไปไม่ถึงเป้าหมาย หรือกว่าจะถึงเป้าหมายก็เสียเวลาอ้อมไปไกล

ShopSmart แผ่นรองนั่งสุขภาพ - Black

ShopSmart แผ่นรองนั่งสุขภาพ – Black

และมีอีกวิธี ShopSmart แผ่นรองนั่งสุขภาพ – Black ป้องกันการปวดหลัง

ปรับท่วงท่าการนั่งของคุณให้ถูกต้อง รองรับน้ำหนักและแรงกดทับที่กล้ามเนื้อและ กระดูก มีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณรู้สึกสบาย ไม่เมื่อยล้าแม้นั่งเป็นเวลานานใช้งานง่ายรับรองไม่ปวดง่ายๆแน่นอน